Tag: เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก

  • โนโรไวรัส (Norovirus) ตัวการร้ายที่ทำให้ท้องเสียฉับพลัน

    โนโรไวรัส (Norovirus) ตัวการร้ายที่ทำให้ท้องเสียฉับพลัน

    โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียอย่างเฉียบพลัน อาเจียน และปวดท้อง ไวรัสชนิดนี้มักแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและมีผลกระทบต่อคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันมาก เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือเรือสำราญ

    ลักษณะของโนโรไวรัส

    โนโรไวรัสจัดอยู่ในกลุ่มไวรัส RNA ที่มีขนาดเล็กและไม่มีเยื่อหุ้ม (non-enveloped virus) ทำให้มีความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่หลากหลาย เช่น ความร้อน เย็น หรือสารฆ่าเชื้อบางชนิด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมโนโรไวรัสถึงแพร่กระจายได้ง่ายและรอดชีวิตได้นานในสิ่งแวดล้อม

     

    วิธีการแพร่กระจายของโนโรไวรัส

    โนโรไวรัสสามารถแพร่กระจายได้หลายวิธี เช่น

    1. การบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน

       อาหารที่มักมีความเสี่ยงสูงคือ อาหารดิบหรือกึ่งดิบ เช่น หอยนางรม รวมถึงอาหารที่ไม่ได้ผ่านการปรุงอย่างเหมาะสม

     

    1. การสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อน

       โนโรไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิว เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะ หรือของใช้ในครัว และติดต่อเข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสแล้วนำมือไปแตะปากหรือจมูก

     

    1. การติดต่อจากคนสู่คน

       การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ เช่น การดูแลผู้ป่วย หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน สามารถทำให้ไวรัสแพร่กระจายได้

     

    อาการของผู้ติดเชื้อโนโรไวรัส

    อาการมักเริ่มแสดงภายใน 12-48 ชั่วโมงหลังจากการติดเชื้อ โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่

    – ท้องเสียรุนแรง   อาเจียน   ปวดท้องหรือปวดเกร็งในช่องท้อง    คลื่นไส้ปวดศีรษะ    อ่อนเพลียหรือรู้สึกไม่มีแรง   มีไข้ต่ำในบางกรณี

    อาการมักอยู่ได้นานประมาณ 1-3 วัน และจะหายไปเองในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีอาการรุนแรงและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำ

    การป้องกันโนโรไวรัส

    เนื่องจากโนโรไวรัสไม่มีวัคซีนป้องกัน การป้องกันที่ดีที่สุดคือ  เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก      cและการรักษาสุขอนามัยและลดโอกาสการแพร่กระจายของไวรัส ดังนี้

    1. ล้างมือให้สะอาด

       ล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ

     

    1. ทำความสะอาดพื้นผิวและสิ่งของ 

       ใช้สารฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของคลอรีนในการทำความสะอาดพื้นผิวที่อาจปนเปื้อน

     

    1. ปรุงอาหารให้สุก 

       หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารดิบ โดยเฉพาะหอยนางรมและอาหารทะเล

     

    1. แยกผู้ป่วย 

       หากมีผู้ป่วยในครอบครัวหรือในชุมชน ควรแยกการใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว และให้พักฟื้นจนกว่าจะไม่มีอาการอย่างน้อย 48 ชั่วโมง

     

    การรักษาเมื่อเกิดการติดเชื้อ

    การรักษาโนโรไวรัสมุ่งเน้นไปที่การดูแลตามอาการ เช่น

    – การดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

    – การพักผ่อนให้เพียงพอ

    – หลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยากหรือมันมาก

  • กระเบื้องระเบิดเป็นอย่างไร และควรทำอย่างไรดี

    กระเบื้องระเบิดเป็นอย่างไร และควรทำอย่างไรดี

    ปัญหาที่ข้างต้นนั้นเป็นอย่างไร การปะทุขึ้น ดันตัวขึ้นนั้น เป็นการที่ว่ามันมีการดันตัวกันจนถึงโก่งขึ้นมาจากพื้นที่ฉาบไว้ โดยการขยายแล้วก็หดตัวของส่วนประกอบในข้างใต้นั้น ซึ่งอันเกิดมาจากเรื่องอุณหภูมิที่มีการเปลี่ยนอย่างกะทันหันอยู่บ่อยมาก ๆ

    กระเบื้องระเบิดเป็นอย่างไร เป็นเหตุส่งผลให้กระเบื้องที่ปูไว้ก่อนหน้านั้น มีการขยับเขยื้อนตัวแล้วก็ดันกันกระทั่งโก่งตัวขึ้นมา หรือที่เรียกแบบชินปาก คือ การที่กระเบื้องระเบิด นั่นเอง

    สิ่งหนึ่งที่ควรทำเมื่อจะปูกระเบื้อง คือ เช็คระยะห่างระหว่างกันและกันของกระเบื้องก่อนลงมือทำทุกครั้ง

    การทำบ้านนั้น ควรจะคำนึงถึงระยะห่างระหว่างพื้นกระเบื้องทุกหน เพราะเหตุว่าการปูพื้นกระเบื้องที่ดีควรจะปูให้มีความห่างของกระเบื้องกับกระเบื้องอย่างต่ำ 2 มม. ก็เลยจะดีเยี่ยมที่สุด ไม่เฉพาะแต่จะช่วยลดโอกาสการเกิดเหตุการดังที่กังวลแล้ว

    ยังมีผลให้พื้นของคุณมองเป็นระเบียบและก็งามอีกด้วย แน่ ๆ ว่าการปูพื้นกระเบื้องไม่สมควรกระทำให้มันชิดกันจนกระทั่งไม่มีพื้นที่สำหรับการทายาแนว โดยการปูพื้นแบบที่กระทำชิดกันมาก ๆ จะเป็นเหตุนำมา ซึ่งการทำให้พื้นกระเบื้องระเบิดได้หลังจากที่มีการใช้งานไปสักระยะ

     

    เนื่องมาจากส่วนประกอบใต้พื้นกระเบื้องชอบมีการขยายแล้วก็หดตัวอยู่เสมอ ๆ ตามอุณหภูมิด้านนอก ทำให้พื้นมีการขยับเขยื้อนตัวรวมทั้งดันตัวกระทั่งมีการเกิดระเบิดออกมาจากพื้นสุดท้าย ด้วยเหตุดังกล่าว ระหว่างการทำบ้านพวกเราควรต้องตรวจสอบระยะห่างของพื้นกระเบื้องให้มั่นใจ เพื่อที่จะได้ไม่กำเนิดปัญหาเช่นนี้อีกกับบ้านของพวกเรา

     

    ตรวจเช็คภาวะส่วนประกอบของพื้นก่อนทำการเทปูพื้น

    เมื่อเริ่มจะทำบ้านมาจนกระทั่งกระบวนการปูพื้นกระเบื้อง อไม่ควรละเลยที่จะสำรวจภาวะของส่วนประกอบพื้นเมืองให้แน่นอนก่อนกระทำการปูพื้นกระเบื้องว่ามีบริเวณไหนที่เสียหายหรือพังหรือเปล่า

    ไม่ว่าจะคือปัญหาองค์ประกอบของพื้นที่ไม่เท่ากันหรือไม่ราบเรียบเสมอกัน องค์ประกอบของพื้นที่กำเนิดรอยร้าว รวมถึงการทรุดตัวของบ้าน ล้วนแต่คือปัญหา

    ซึ่งสามารถนำมาซึ่งการก่อให้เกิดกระเบื้องระเบิดได้ท้ายที่สุด ถ้าเกิดมีตำแหน่งไหนเสียหายหรือไม่ดีเหมือนปกติ ควรจะรีบปรับแต่งให้เป็นระเบียบเรียบร้อยก่อน เพื่อคุ้มครองป้องกันการเกิดปัญหากระเบื้องระเบิดตามมาคราวหลัง

     

    ไม่ต้องกังวลปัญหากระเบื้องระเบิดเลย หากคุณทำตามนี้ แม้พวกเราทราบแนวทางต่อกรที่ถูก ด้วยเหตุว่าเรื่องประเด็นหรือปัญหาเหล่านี้คงจะไม่ใช่เรื่องราวที่เจ้าของบ้านต้องการเผชิญอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเหตุนั้นขณะก่อสร้างบ้านอย่าลืมที่จะตรวจเช็คประสิทธิภาพการก่อสร้างบ้านอยู่เป็นเสมอ ๆ เพื่อลดการพบเจอปัญหาต่าง ๆ ข้างในบ้านระยะยาวกัน

     

     

    สนับสนุนเรื่องราวโดย      เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก