Category: บ้านและสวน

  • หลบกรุงไปสโลว์ไลฟ์ สัมผัสไอเย็นที่ น้ำตกบ๋าหลวง โอเอซิสลับแห่งขอนแก่น

    หากพูดถึงจังหวัดขอนแก่น หลายคนอาจนึกถึงภาพเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ ๆ แหล่งช้อปปิ้ง หรือไดโนเสาร์ตัวโต

    แต่รู้หรือไม่ว่าห่างออกไปจากตัวเมืองไม่ไกล ขอนแก่นยังมีมุมสงบสีเขียวขจีที่ซ่อนเร้นธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์เอาไว้รอคอยให้คุณไปสัมผัส และหนึ่งในพิกัดที่เราอยากแนะนำให้คุณปักหมุดหนีร้อนไปพึ่งเย็นก็คือ วนอุทยานน้ำตกบ๋าหลวง แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่จะเติมเต็มพลังใจให้คุณได้อย่างเต็มเปี่ยม

     

    น้ำตกบ๋าหลวง (หรือที่บางคนเรียกว่า น้ำตกตาดฟ้า) ตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าโคกหลวง กระนวน และป่าซำจำปา ในอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น

    คำว่า บ๋า เป็นภาษาอีสานท้องถิ่น แปลว่า ที่เนินสูง หรือลานกว้าง ส่วน หลวง หมายถึง ใหญ่ น้ำตกบ๋าหลวงจึงมีความหมายตรงตัวถึงลานน้ำตกขนาดใหญ่บนเนินสูงนั่นเอง

     

    ที่นี่มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดกลางที่ไหลผ่านลานหินทราย ท่ามกลางผืนป่าดิบแล้งที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ จุดเด่นของน้ำตกแห่งนี้คือความร่มรื่นของทิวไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมทั่วบริเวณ ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะแก่การมาพักผ่อนหย่อนใจ หลีกหนีจากความวุ่นวายในเมืองหลวง

     

    น้ำตกบ๋าหลวง โอเอซิสลับแห่งขอนแก่น

    เมื่อก้าวเท้าเข้ามาในเขตวนอุทยานฯ เสียงแรกที่จะต้อนรับคุณคือเสียงซ่าของสายน้ำที่ตกลงกระทบโขดหิน ผสมผสานกับเสียงนกร้องขับขาน   แม้ว่าน้ำตกบ๋าหลวงจะมีน้ำไหลเกือบตลอดปี

    แต่ช่วงเวลาที่สวยงามและน่าเที่ยวที่สุดคือ ช่วงปลายฤดูฝนถึงต้นฤดูหนาว (ประมาณเดือนตุลาคม – ธันวาคม) เพราะปริมาณน้ำจะกำลังพอดี น้ำใสสะอาด ไม่ขุ่นแดงเหมือนช่วงมรสุมใหญ่ และอากาศรอบ ๆ จะเริ่มเย็นสบาย ได้ฟีลธรรมชาติแบบเต็มสิบไม่หัก

     

    การเดินทางมาน้ำตกบ๋าหลวงนั้นสะดวกสบาย รถยนต์ส่วนตัวสามารถเข้าถึงได้ง่าย โดยตั้งอยู่ที่    ฮอยอาน่า     ห่างจากตัวเมืองขอนแก่นประมาณ 80 กิโลเมตร

    หรือใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ทางวนอุทยานฯ มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานเตรียมพร้อมไว้คอยบริการ ทั้งลานจอดรถ ห้องน้ำ และเจ้าหน้าที่คอยดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

     

    เนื่องจากในพื้นที่เน้นการอนุรักษ์ธรรมชาติ แนะนำให้เตรียมเสื่อ อาหาร และเครื่องดื่มเข้ามาเอง (แต่ห้ามนำเครื่องดื่มประเภทแอลกอฮอล์และภาชนะโฟมเข้าในพื้นที่น้ำตกเด็ดขาด) เพื่อเป็นการร่วมมือกันดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้สวยงามต่อไป

    หากวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ คุณยังไม่มีแพลนไปไหน ลองสตาร์ทรถแล้วมุ่งหน้ามาที่ น้ำตกบ๋าหลวง ดูสักครั้ง ให้เสียงน้ำตกและกลิ่นอายดินป่าช่วยบำบัดความเหนื่อยล้า แล้วคุณจะรู้ว่า ขอนแก่น มีดีกว่าที่คิด

  • ความลับกำจัดศัตรูพืชของชาวอามิช ที่เกษตรอุตสาหกรรมไม่อยากให้คุณรู้ 

    เมื่อพูดถึงการทำเกษตรกรรมที่ยั่งยืนและปลอดสารเคมี ชื่อของ ชาวอามิช มักจะถูกหยิบยกขึ้นมาในฐานะปรมาจารย์แห่งวิถีธรรมชาติ พวกเขาปฏิเสธเทคโนโลยีสมัยใหม่และสารเคมีสังเคราะห์ แต่กลับสามารถรักษาผลผลิตในไร่นาให้งอกงามได้อย่างน่าอัศจรรย์

     

    เคล็ดลับเหล่านี้ไม่ใช่เวทมนตร์ แต่เป็นภูมิปัญญาโบราณที่เน้นการทำงานร่วมกับธรรมชาติ ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ในระบบเกษตรอุตสาหกรรมอาจไม่อยากให้คุณรู้

    เพราะมันกำลังจะบอกว่า คุณสามารถดูแลสวนให้แข็งแรงได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อยาฆ่าแมลงราคาแพงเลยสักบาทเดียว และนี่คือความลับการกำจัดศัตรูพืชวิถีอามิชที่คุณสามารถนำมาปรับใช้กับสวนหลังบ้านได้ทันที:

    1. สูตรสเปรย์ “กระเทียม พริกไทย และสบู่”

    ชาวอามิชรู้ดีว่าแมลงเกลียดกลิ่นฉุนและรสเผ็ดร้อน พวกเขาจะบดกระเทียมรวมกับพริกป่นหรือพริกไทยสด นำไปแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นกรองเอาแต่น้ำแล้วผสม สบู่เหลวคาสตีล หรือสบู่น้ำมันธรรมชาติลงไปเล็กน้อย

    วิธีทำงาน: สบู่จะช่วยให้น้ำยากระเทียมพริกไทยเกาะติดใบไม้ได้ดีขึ้น เมื่อแมลงบินมากัดกิน มันจะถูกขับไล่ด้วยความเผ็ดร้อนทันที สูตรนี้ปลอดภัยต่อสัตว์เลี้ยงและมนุษย์ แต่เป็นฝันร้ายของเพลี้ยและหนอนศัตรูพืช

     

    1. การสร้าง ดินที่สมบูรณ์ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกัน

    เกษตรอุตสาหกรรมมักแก้ปัญหาที่ปลายเหตุด้วยการฉีดพยาฆ่าแมลงเมื่อเห็นแมลง แต่ชาวอามิชเชื่อว่า แมลงจะเข้าทำลายเฉพาะพืชที่อ่อนแอเท่านั้น พวกเขาจึงมุ่งเน้นไปที่การบำรุงดินให้มีชีวิตด้วยปุ๋ยหมักธรรมชาติ  และมูลสัตว์ที่ผ่านการหมักอย่างสมบูรณ์

    ดินที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยจุลินทรีย์จะช่วยให้พืชแข็งแรง มีระบบรากที่ดี และสร้างกลไกป้องกันตัวเองตามธรรมชาติ จนแมลงไม่ยากเข้าใกล้ เหมือนคนที่มีสุขภาพดีที่มักจะไม่ป่วยง่าย ๆ

     

    1. นิเวศวิทยาในแปลงผัก 

    ในไร่ของชาวอามิช คุณจะไม่เห็นพืชชนิดเดียวปลูกเรียงรายสุดลูกหูลูกตาเหมือนแปลงเกษตรเคมี พวกเขาจะปลูกพืชเกื้อกูลกัน เช่น ปลูก ดอกดาวเรือง  ไว้รอบ ๆ แปลงผัก เพราะกลิ่นของดาวเรืองสามารถไล่หนอนพยาธิในดินและแมลงปีกแข็งได้ดีเยี่ยม หรือการปลูกกะเพราและโหระพาไว้ใกล้ ๆ มะเขือเทศเพื่อช่วยไล่แมลงวันทอง

     

    1. การล่อแมลงดีมาปราบแมลงร้าย

    แทนที่จะใช้สารเคมีรมควันฆ่าแมลงทุกชนิดจนระบบนิเวศพังทลาย ชาวอามิชจะปลูกไม้ดอก เช่น ดอกผักชีลาว  หรือ ดอกทานตะวัน เพื่อดึงดูด แมลงตัวหม่ำ ที่เป็นประโยชน์ เช่น เต่าทอง และแมลงปอ ให้เข้ามาอยู่อาศัย ซึ่งแมลงเหล่านี้จะช่วยทำหน้าที่เป็นทหารรับจ้างคอยจับเพลี้ยและหนอนกินเป็นอาหารให้เราฟรี ๆ 24 ชั่วโมง

     

    สรุป: ความลับกำจัดศัตรูพืช ของชาวอามิชไม่ได้อยู่ที่ตัวยา แต่ยึดหลักการ ป้องกันดีกว่ารักษา และการรักษาสมดุลของธรรมชาติ การหยุดพึ่งพาสารเคมีแล้วหันมาใช้แรงงานธรรมชาติ ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าของคุณเท่านั้น แต่ยังมอบผักผลไม้ที่ปลอดภัย ไร้สารพิษตกค้าง เพื่อสุขภาพที่ดีที่สุดของครอบครัวคุณอย่างแท้จริง

     

     

    สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังเล็กจิ๋ว

  • ตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับปีศาจ เวปาร์ (Vepar)

    ปีศาจ เวปาร์ (Vepar)  เป็นปีศาจที่มีชื่อเสียงและน่าหวาดหวั่นในตำรา Ars Goetia ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคัมภีร์ The Lesser Key of Solomon เขาถูกจัดให้อยู่ในลำดับที่ 42 และมีตำแหน่งเป็น ดยุคแห่งนรก  ควบคุมกองทัพปีศาจจำนวน 29 กองร้อย

    ด้วยพลังที่เชื่อมโยงกับทะเล มหาสมุทร และน้ำ ความน่าสะพรึงของเวปาร์ทำให้เขาได้รับการขนานนามว่าเป็น “เงามรณะของท้องทะเล” และเป็นหนึ่งในปีศาจที่เกี่ยวข้องกับหายนะด้านการเดินเรือมากที่สุด

    ในคัมภีร์โบราณ เวปาร์ปรากฏในรูปของ สตรีรูปร่างงดงาม แต่มีคุณลักษณะของสัตว์น้ำ เช่น ผิวซีดดุจศพที่แช่น้ำ ดวงตาสีเขียวอมน้ำทะเล ผมยาวเหมือนเส้นสาหร่าย หรือบางครั้งเป็นสตรีที่ครึ่งร่างล่างเป็นปลาหรืออสูรน้ำ

     

    ลักษณะนี้ทำให้เวปาร์ถูกเชื่อมโยงกับความงามที่แฝงไว้ด้วยอันตราย คล้ายภาพสตรีน้ำในตำนานต่าง ๆ เช่นไซเรนหรือเมอร์เมดจากตำนานยุโรป

    แต่มีบุคลิกโหดร้ายและร้ายกาจยิ่งกว่า   เมื่อเวปาร์ปรากฏตัว มักมี ลมทะเลหนาวจัด  หมอกควันเหนือผิวน้ำ  หรือกลิ่นเค็มรุนแรงของทะเล    สัญญาณเหล่านี้ถูกเชื่อว่าเป็นลางว่าปีศาจแห่งหายนะกำลังใกล้เข้ามา

     

     

    ตำนานและความเชื่อเกี่ยวกับปีศาจ เวปาร์ (Vepar)

    เวปาร์เป็นปีศาจแห่งท้องทะเลและการเดินเรือ โดยเฉพาะความสามารถในการทำให้เกิดภัยทางน้ำอย่างฉับพลัน พลังของเขา/เธอมีดังนี้:

    1. สร้างและควบคุมพายุทะเล

    เวปาร์สามารถสร้างคลื่นยักษ์ พายุหมุน ร่องน้ำลึก และลมแรงมหาศาลเพื่อทำลายเรือของศัตรู พายุที่เกิดขึ้นอย่างไร้เหตุผลกลางวันที่ฟ้าใสถูกเชื่อว่าเป็นฝีมือของเวปาร์

     

    1. ทำให้เรือจมและกำจัดลูกเรือ

    ตำราระบุว่า เวปาร์สามารถนำพาเรือทั้งลำให้หายไปในพริบตา โดยทิ้งเพียงเสียงของน้ำและลมหอนเป็นสัญญาณสุดท้าย

     

    1. ทำให้บาดแผล “เน่า” และรักษาไม่ได้

    หนึ่งในความสามารถที่น่ากลัวที่สุดของเวปาร์คือการ **ทำให้บาดแผลของมนุษย์เน่าเสียจนรักษาไม่ได้** เหมือนร่างกายกำลังถูกน้ำทะเลกัดเซาะจากภายใน เชื่อว่าหากผู้ใดถูกสาปโดยเวปาร์ แม้แผลเล็กน้อยก็สามารถกลายเป็นการติดเชื้อร้ายแรงที่ร่างกายย่อยสลายอย่างช้า ๆ

     

    1. ควบคุมสัตว์ทะเลอสูร

    ในบางตำนาน เวปาร์เป็นผู้ชี้นำสัตว์ประหลาดทะเล เช่นปลายักษ์ งูทะเล หรือสิ่งมีชีวิตลึกลับใต้คลื่น เขาสามารถใช้สิ่งมีชีวิตเหล่านี้เพื่อทำลายเมืองท่าหรือโจมตีศัตรู

     

    ในยุโรปยุคกลาง การเดินเรือคือชีวิตและความเสี่ยงสูง พายุฉับพลัน เรืออัปปาง และการหายสาบสูญกลางทะเลถูกโยงเข้ากับปีศาจหลายประเภท แต่เวปาร์เป็นหนึ่งในปีศาจที่มีชื่อเสียงที่สุดในเรื่องนี้

    บันทึกบางแห่งกล่าวว่า กองเรือที่หายไปโดยไร้ร่องรอยในมหาสมุทรอาจเป็นผลจาก “สายตาของเวปาร์” ที่มองลงมาจากผิวน้ำทะเลสีดำสนิท หากเวปาร์จับตาเรือลำนั้นแล้ว ไม่ว่าจะเรือสงครามหรือเรือพาณิชย์ ก็จะไม่มีใครรอดกลับมาเล่าเหตุการณ์ได้

     

    ชาวเรือบางกลุ่มมีความเชื่อแปลกประหลาดว่า ห้ามพูดชื่อเวปาร์บนเรือเพราะจะทำให้ปีศาจได้ยินและมาหา พวกเขาจะใช้คำแทน เช่น “สตรีแห่งรัตติกาลทะเล” หรือ “เงาแห่งคลื่น” แทนชื่อจริงเพื่อหลีกเลี่ยงหายนะ

    นอกจากนี้ เวปาร์ยังเป็นภาพแทนของ “ความกลัวที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นผิวอันสงบ” ของทะเล สะท้อนแนวคิดที่ว่าแม้น้ำจะสงบเพียงใด ก็สามารถกลายเป็นหายนะได้ในชั่วขณะหนึ่ง

     

    สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟัง ดิจิตอล

  • รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองระดับ 5 ดาวเหมาะกับสายท่องเที่ยว

    3  สถานที่  กำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างนอกกรอบในปีนี้อยู่ใช่ไหม? มีโรงแรมบูติกระดับภูมิภาคที่เพิ่งเปิดและกำลังจะเปิด รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองระดับ 5 ดาวมากมาย เช่นเดียวกับเรือยอทช์ที่ได้รับการตกแต่งใหม่หลายลำที่นำเสนอแผนการเดินทางใหม่

    1.เกาะแคงการู รัฐเซาท์ออสเตรเลีย   

    หากมีภูมิภาคหนึ่งที่น่าจับตามองในปี 2023 นั่นก็คือเกาะ Kangaroo ซึ่งใช้เวลานั่งเรือเฟอร์รี่ 45 นาที หรือนั่งเครื่องบิน 30 นาทีจากแอดิเลด ชื่อ Karta Pintingga โดยชาว Kaurna Miyurna เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสามของออสเตรเลีย รองจากแทสเมเนียและเกาะเมลวิลล์    ที่พักเชิงนิเวศ Wander จำนวน 4 หลัง (เข้าพักได้สูงสุด 10 ท่าน)

    เปิดให้บริการในปลายปี 2022 บนชายฝั่งทางเหนือของเกาะ CABN จะยังคงรักษาประเภทพื้นที่ขนาดเล็ก โดยจะเปิดตัวบ้านหลังเล็กๆ แบบนอกโครงข่ายแห่งแรกบนเกาะ Kangaroo Island ในเดือนพฤษภาคม

    พร้อมด้วย CABN เคปเซนต์อัลบันส์  ซึ่งเป็นห้องโดยสารที่ออกแบบตามสถาปัตยกรรมและออกแบบเองจำนวน 9 หลัง

    แต่ละหลังมีดาดฟ้าและอ่างอาบน้ำกลางแจ้งที่มองเห็นทะเล คุณจะพบว่าพวกเขาใช้เวลาขับรถ 30 นาทีจากเพนน์ชอว์ ซึ่งเป็นท่าเรือข้ามฟากหลักของเกาะ  ที่พักใหม่คือโอเชียนพาวิลเลียนขนาด 640 ตารางเมตร

    ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากห้องสวีทอื่นๆ พร้อมด้วยสระว่ายน้ำแบบเปียก ระเบียงขนาดใหญ่ ห้องนอนและห้องน้ำ 4 ห้อง เดย์สปาสุดหรู ห้องออกกำลังกาย ห้องซาวน่า และสระน้ำร้อนและน้ำเย็นก็มีให้บริการเช่นกัน เช่นเดียวกับการเน้นย้ำถึงทุกสิ่งด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน    

     

    2.เรียกกิ้งก่าเลานจ์ทั้งหมด | หาดซันไชน์ ควีนส์แลนด์   

    บ้านพักตากอากาศส่วนตัวของ Luxico ก่อตั้งขึ้นในปี 2013 ให้บริการเฉพาะ “วิลล่าพิเศษ” และ “โรงแรมเหมือนบ้าน” เท่านั้น โดยมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

    สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ โรงละครส่วนตัว ทางเข้าลานจอดเฮลิคอปเตอร์ และทิวทัศน์มากมาย หากคุณต้องการอยู่ในที่ที่ดาราภาพยนตร์และร็อคอยู่ ให้เข้าไปที่เว็บไซต์ของพวกเขา และอ่านทั้งคลาสสิกเก่าและใหม่เพิ่มเติม

    เราจะซื้อสปายกลาสแบบห้าห้องนอน สี่ห้องน้ำบนชายฝั่งซันไชน์ ในราคา 4800 ดอลลาร์ต่อคืน โรงแรมที่เพิ่มเข้ามาล่าสุดใน Luxico ได้แก่ The Pent ในเมลเบิร์น และ Contempo Cove บน Isle of Capri ของโกลด์โคสต์

     

       

    3.มรดกที่คิดใหม่ | ซิดนีย์   

    หลังจากการปรับปรุงอินเตอร์คอนติเนนตัล ซิดนีย์  ซึ่งตั้งอยู่ในอาคาร Treasury เมื่อปี 1851 ที่เพิ่งปรับปรุงใหม่ ก็ได้มาถึง คาเปลลา ซิดนีย์  ในอดีตแผนกการศึกษาที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกบนถนน Bridge Street อาคารสไตล์เอ็ดเวิร์ดบาโรก

    โดยสถาปนิก จอร์จ แมคเร  สร้างเสร็จในปี 1915 มรดกของเขาได้รับการเฉลิมฉลองโดย คาเปลลา  โดยมี แมคเรย์ บาร์  ซึ่งมองเห็นถนนลอฟตัส ที่บริเวณด้านหน้าห้องอาหาร เบรนต์ ซาเวจ  และนิค ฮิลเดอแบรนดท์ 

    จาก กลุ่มบริษัทเบนท์ลีย์  จะสร้าง Brasserie 1930 ในรูปแบบ “บราสเซอรี่แบบดั้งเดิมที่ถ่ายทอดผ่านเลนส์ร่วมสมัยของออสเตรเลีย” โรงแรมอันน่าตื่นตาตื่นใจที่มีห้องพัก 192 ห้องแห่งนี้ เป็นกลุ่มบริษัท Capella ในสิงคโปร์ที่บุกโจมตีออสเตรเลียเป็นครั้งแรก

    เปิดในเดือนมีนาคม ขนาดห้องพักเฉลี่ยคือ 55 ตารางเมตร Capella Suite อันเป็นเอกลักษณ์มีพื้นที่ 235 ตารางเมตร   นอกจากนี้ อย่าลืมมองหาโรงแรม Morris ขนาด 82 ห้อง (ดำเนินการโดย Accor) ซึ่งจะเปิดให้บริการเร็วๆ นี้ในโรงแรม West End Hotel ที่สร้างขึ้นในปี 1929 ในซิดนีย์ เลขที่ 412 Pitt Street

     

    ได้รับการสนับสนุนโดย  เครื่องช่วยฟังแบบชาร์จ
  • สถานที่เที่ยวในเชียงใหม่ ที่ติดอันดับสถานที่ยอดฮิต

    สถานที่เที่ยวในเชียงใหม่ ที่ติดอันดับสถานที่ยอดฮิต กับสิ่งที่ต้องทำในเชียงใหม่เที่ยวเชียงใหม่  4  อันดับสิ่งที่ต้องทำและต้องดูสถานที่ท่องเที่ยว  

    1.เมืองเก่าเชียงใหม่  

    หากคุณต้องการค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวและสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของเชียงใหม่ คุณควรไปที่เมืองเก่า  ที่นั่นคุณจะพบกับวัดหลักๆ ส่วนใหญ่  ตลาดริมถนน และพิพิธภัณฑ์ นอกจากนี้ยังมีบาร์และร้านอาหารหลายแห่งรวมถึงตัวแทน

    สำหรับจองกิจกรรมหรือทริปแบบไปเช้าเย็นกลับ!  ล้อมรอบด้วยคูเมืองและเชิงเทินโบราณ คุณสามารถเข้าสู่เมืองผ่านประตูหลักสี่ประตูซึ่งอยู่ที่แต่ละทิศทั้งสี่ ภายในเมืองเก่า คุณสามารถเพลิดเพลินกับการเดินเล่นอย่างเงียบสงบและชื่นชมอาคารแบบดั้งเดิม   

     

    2.วัดดังในเชียงใหม่  

    อย่างที่ฉันได้บอกคุณไปในบทนำ วัดเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมในเชียงใหม่   คุณจะพบได้เกือบทุกที่ในเมืองเก่า ส่วนใหญ่เข้าฟรี และอื่น ๆ คิดค่าธรรมเนียมแรกเข้าเล็กน้อย น่าเสียดายหากพลาดพวกเขาไป! 

    นี่คือวัดโปรดของฉันในเชียงใหม่:   วัดพระสิงห์ หนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงและเคารพนับถือมากที่สุดแห่งหนึ่งของชาวไทย ผู้คนหลายพันคนมาสักการะพระพุทธสิงห์ทุก ๆ ปี ทางเข้าฟรี 

    วัดเจดีย์หลวง (40 บาท) ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่มีชื่อเสียงซึ่งคุณสามารถเห็นได้ในพระบรมมหาราชวังของกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน แม้จะได้รับความเสียหายบางส่วนจากแผ่นดินไหว แต่วัดแห่งนี้ก็ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าประทับใจ  และอีกมากมาย  

     

    3.อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ 

    ระหว่างที่คุณอยู่ที่เชียงใหม่ คุณควรไปเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพซึ่งตั้งอยู่นอกเมืองอย่างแน่นอน  ถนนช่วยให้คุณเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่งและเยี่ยมชมสวนสาธารณะได้อย่างง่ายดายในหนึ่งวัน 

    สถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมมากที่สุดในอุทยานฯ ก็คือ วัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเป็นวัดที่สร้างขึ้นบนยอดเขา จากจุดนั้นคุณสามารถเพลิดเพลินกับทัศนียภาพ 360° ของเชียงใหม่และบริเวณโดยรอบ 

    เพื่อไปที่นั่น คุณต้องขึ้นบันไดประมาณ 300 ขั้นหรือขึ้นลิฟต์ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)   บันไดไม่ชันมาก ดังนั้นหากคุณแข็งแรงก็ไม่มีปัญหาในการขึ้นบันได คุณอาจเหงื่อออกเล็กน้อยเนื่องจากอากาศค่อนข้างร้อน แต่นั่นคือสิ่งที่คุณคาดหวังเมื่อเดินทางในประเทศไทย  ค่าเข้าชมวัด 30 บาท    

     

     

    4.เรียนทำอาหารไทย 

    นี่คือกิจกรรมดีๆ ที่ต้องทำในเชียงใหม่ หากคุณต้องการค้นพบศาสตร์การทำอาหารไทย: เรียนทำอาหาร!  ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เมืองนี้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางชั้นนำในภาคเหนือของประเทศในการเรียนรู้วิธีทำอาหาร

    ดังนั้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากจึงลองใช้ประสบการณ์นี้ในระหว่างการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทย

      โรงเรียนสอนทำอาหารหลายแห่งสามารถสอนวิธีทำแกงเผ็ด ผัดไทย และข้าวซอย อาหารเหนือขึ้นชื่อ: แกงอ่อมผัดหมี่และไก่   ชั้นเรียนมักจะใช้เวลาครึ่งวัน คุณจะได้เยี่ยมชมตลาดก่อนเพื่อสำรวจเครื่องเทศ สมุนไพร และผักต่างๆ ที่ใช้ในอาหารแบบดั้งเดิม

    จากนั้นคุณจะได้กลับไปที่โรงเรียนเพื่อปรุงวัตถุดิบ และในตอนท้ายของวัน คุณจะได้ลิ้มรสผลงานสร้างสรรค์ของคุณอย่างแน่นอน!  คุณจะได้รับตำราอาหารฟรีเพื่อสร้างความประทับใจให้เพื่อนของคุณเมื่อคุณกลับจากวันหยุด  หากคุณต้องการเรียนทำอาหารไทยในเชียงใหม่ มันง่ายมาก 

     

     

    ได้รับการสนับสนุนโดย    คาสิโนเวียดนาม

  • แนะนำกีฬาเล่นคนเดียวได้ไม่ต้องง้อใคร

    การเล่นกีฬาในสมัยปัจจุบันนี้ มีความสำคัญและจำเป็นอย่างมากต่อสุขภาพร่างกายของเรา หลายคนอาจจะทราบเป็นอย่างดีอยู่แล้วว่า การเล่นกีฬาก็เปรียบเสมือนกับการออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่ช่วยทำให้ร่างกายของเราแข็งแรง

    หรือป้องกันร่างกายของเราจากโรคร้าย แต่การเล่นกีฬาสามารถให้ประโยชน์ได้มากมายมากกว่าที่เราคิด

    โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นกิจกรรมกีฬาที่เราชื่นชอบและเราให้ความสำคัญมากๆ การเล่นกีฬาก็จะจะยิ่งเกิดประโยชน์และเกิดข้อดีต่างๆต่อสุขภาพร่างกายของเรา และในสมัยนี้ก็มีกีฬามากมายหลากหลายประเภทมากๆ

    แนะนำกีฬาเล่นคนเดียวได้ไม่ต้องง้อใคร แต่เราเชื่อว่าสำหรับบางคนแล้วอาจจะไม่ค่อยมีเพื่อน หรือไม่ค่อยได้ทำความรู้จักกับใคร

    แต่ก็ยังอยากที่จะเปิดใจให้กับการเล่นกีฬา ซึ่งก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะในสมัยปัจจุบันนี้ มีกีฬาที่เราสามารถเล่นคนเดียวได้โดยที่ไม่ต้องง้อใคร แถมยังเป็นกีฬาที่มีประโยชน์ ช่วยบรรเทาความเครียดและทำให้เราสนุกสนานไปกับการเล่นกีฬาได้แม้เราจะเล่นคนเดียว

    ฉะนั้น วันนี้เราจะมาแนะนำกิจกรรมกีฬาที่เราสามารถทำได้คนเดียวโดยที่ไม่ต้องง้อใคร รับรองได้ว่าหากเล่นเป็นประจำจะยิ่งดีต่อร่างกายของเรา จะมีกีฬาประเภทไหนบ้างไปดูกันเลย

    1.กีฬาว่ายน้ำ

    แน่นอนว่ากีฬาว่ายน้ำเป็นกิจกรรมกีฬาที่ได้รับความนิยมและยอดฮิตมากๆ เพราะเป็นกีฬาที่เรียกได้ว่ามีประโยชน์สามารถสร้างความแข็งแรงให้ร่างกายได้แทบทุกส่วน ใครที่ไม่ค่อยมีเพื่อนหรือไม่ค่อยได้รู้จักกับใคร

    การเล่นกีฬาว่ายน้ำคนเดียวก็เป็นในกิจกรรมที่เราสามารถทำได้ แถมเรายังสามารถสร้างความแข็งแรงให้แก่ร่างกาย สามารถสร้างความสนุกสนาน ทั้งอยากเป็นกีฬาที่เล่นง่ายเหมาะสำหรับประเภททุกวัย รับรองได้เลยว่ากีฬาประเภทนี้จะทำให้เรามีความสุขกับการเล่นกีฬามากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน

     

    2.กีฬายิงธนู

    หลายคนมองว่ากีฬายิงธนูหากเราไม่ได้เล่นกับเพื่อนก็อาจจะทำให้การเล่นกีฬาไม่สนุก แต่รู้หรือไม่ว่ากีฬายิงธนูเป็นหนึ่งในกิจกรรมกีฬาที่ต้องอาศัยการมีสมาธิและมีสติค่อนข้างสูง

    หากเราต้องการเล่นกับเพื่อนอาจจะทำให้เราสูญเสียสมาธิและโฟกัสกับการเล่นกีฬาได้น้อย กีฬาประเภทนี้จะเป็นหนึ่งในกิจกรรมกีฬาที่เราสามารถเล่นคนเดียวได้ แถมยังทำให้เราสามารถควบคุมสติและสมาธิของเราให้นิ่งได้อีกด้วย

     

    3.กีฬาปั่นจักรยาน

    ไม่ว่าเราจะหันไปทางไหนกีฬาและปั่นจักรยานก็เป็นในกิจกรรมกีฬาที่ได้รับความนิยม ถึงแม้ว่ากีฬาประเภทนี้จะดูเป็นกีฬาที่ธรรมดา แต่ขอบอกเลยว่าประโยชน์ของกีฬาปั่นจักรยานนั้นไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน

    เพราะกีฬาปั่นจักรยานไม่เพียงแต่ทำให้เราได้สร้างกล้ามเนื้อให้กับขา แต่ยังทำให้เรานั้นได้บริหารปอดได้ออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ทั้งยังเป็นกีฬาที่หลายหลายคนนั้นเลือกที่จะเล่น เนื่องจากเป็นกีฬาที่สามารถเล่นคนเดียวได้โดยที่ไม่ต้องง้อใครนั่นเอง

     

    สนับสนุนโดย    เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก

  • ความเพลิดเพลินเมื่อแวะจุดชมวิวเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

    ความเพลิดเพลินเมื่อแวะจุดชมวิวเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

     

    เนินมะปรางในจังหวัดพิษณุโลกเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในภูมิภาคเหนือของประเทศไทย การแวะชมวิวที่นี่สามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์ท่องเที่ยวที่น่าทึ่งและนึกศึกษาถึงความงดงามของธรรมชาติในภูมิภาคนี้ได้เต็มที่

    1.วิวทิวทัศน์ที่สวยงาม: เมื่อคุณอยู่ที่เนินมะปราง คุณจะได้รับทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลหมอกที่คลุมเครือข่ายของเขาเหมือนผืนผ้าห่มขาวที่มีขอบเขตต่อสู้กับภูเขาและที่ดินที่เป็นมะเขือเทศ

     

    2.อากาศสดชื่น: อากาศที่มีความสดชื่นและสะอาดที่นี่ทำให้การท่องเที่ยวเป็นที่ชื่นชมมาก คุณสามารถสัมผัสลมหอนเย็นๆ และลงตัวกับธรรมชาติที่สวยงามของท้องฟ้าและพื้นดินที่ร่มเย็น

     

    3.กิจกรรมนันทนาการ: นอกจากการชมวิว ที่นี่ยังมีกิจกรรมนันทนาการต่างๆ ที่คุณสามารถทำ เช่น การเดินป่าหรือการจัดกิจกรรมพื้นบ้านเพื่อให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่น

     

    4.จุดชมดาดฟ้า: บางที่ที่เนินมะปรางยังมีจุดชมดาดฟ้าที่จะทำให้คุณได้ชมวิวท้องฟ้าที่สวยงามในตอนเย็นหรือตอนที่ท้องฟ้ามืดลง

     

    5.สถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่น: นอกจากจุดชมวิว คุณยังสามารถไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง เช่น วัดที่มีความเป็นมรดกทางวัฒนธรรม

    การแวะชมวิวที่เนินมะปรางในจังหวัดพิษณุโลกนั้นเป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวที่ทำให้คุณได้รับความสุขและผ่อนคลายจากความวุ่นวายของชีวิตประจำวันที่ต่างจากที่อื่นๆ ในภูมิภาคนี้ได้ทั้งนี้ยังสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับ   เครื่องช่วยฟังเล็กจิ๋ว     และเพิ่มเติมเกี่ยวกับวัฒนธรรมและสถานที่ท่องเที่ยวท้องถิ่นได้อีกด้วย

    สถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองพิษณุโลก

    พิษณุโลกเป็นเมืองที่มีหลายสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง นอกจากเนินมะปรางที่กล่าวถึงในคำถามก่อนหน้านี้แล้ว นี่คือบางสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเมืองพิษณุโลก

     

    1.วัดโบราณนารายณ์: วัดที่สร้างตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา มีพระโบราณที่สวยงามและประทับใจ

     

    2.วัดพระธาตุบูรพา: วัดที่มีประวัติยาวนานและมีพระธาตุที่สำคัญ เป็นที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง

     

    3.สวนสาธารณะนครนารายณ์: สวนสาธารณะที่ใหญ่ที่สุดในเมือง มีบริเวณหลากหลายสำหรับกิจกรรมท่องเที่ยวและกีฬา

     

    4.ถนนคนเดินหลัก: เป็นแหล่งช็อปปิ้งและร้านอาหารที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวชื่นชอบ

     

    5.ตลาดไนท์บาร์ซ่า: ตลาดกลางคืนที่เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารที่สามารถสนุกได้ตลอดคืน

     

    6.ถนนโบราณ (Old Town): บริเวณที่มีสถาปัตยกรรมโบราณที่สวยงามและร้านค้าที่น่าสนใจ

     

    7.สวนสนุกทองหล่อ: สวนสนุกที่มีความสนุกสนานสำหรับครอบครัวทุกวัย

     

    8.ศาลาศิลปวัฒนธรรม: สถานที่แสดงศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่น

    การเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านี้จะทำให้คุณได้สัมผัสวัฒนธรรมและความเป็นสากลของเมืองพิษณุโลกได้ในทุกมุมมอง

  • การมีเพศสัมพันธ์กับแฟน  เข้าแค่หัวอวัยวะเพศ ท้องได้ไหม ?

    การตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้เมื่อมีการปฏิสนธิระหว่างเซลล์ไข่ของเพศหญิงและเซลล์อสุจิของเพศชาย กระบวนการนี้ต้องเกิดขึ้นในเวลาที่เพศหญิงอยู่ในช่วงไข่ตก ซึ่งมักเกิดขึ้นในระยะกลางของรอบเดือน

    แต่คำถามที่ว่า “เข้าแค่หัวอวัยวะเพศ ท้องได้ไหม?” อาจสร้างความสงสัยในหลายกรณี โดยคำตอบขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการตั้งครรภ์และการปฏิสนธิ 

    การมีเพศสัมพันธ์กับแฟน ปัจจัยที่ทำให้ตั้งครรภ์ได้

    1. การหลั่งอสุจิ  

       หากมีการหลั่งน้ำอสุจิ แม้จะเข้าไปเพียงแค่ส่วนหัวของอวัยวะเพศชาย แต่หากน้ำอสุจิสามารถเข้าไปในช่องคลอดได้ ก็มีโอกาสที่เซลล์อสุจิจะเคลื่อนตัวไปปฏิสนธิกับเซลล์ไข่ในมดลูก เพราะเซลล์อสุจิสามารถว่ายและอยู่รอดในร่างกายของเพศหญิงได้ถึง 3-5 วัน

     

    1. สารหล่อลื่นก่อนการหลั่ง  

       แม้ว่าจะไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิเต็มที่ สารหล่อลื่นจากอวัยวะเพศชาย (pre-ejaculate fluid) อาจมีเซลล์อสุจิปะปนอยู่ ซึ่งในบางกรณี หากสารดังกล่าวเข้าสู่ช่องคลอด ก็มีโอกาสที่อสุจิจะทำให้เกิดการปฏิสนธิได้

     

    1. สภาพร่างกายของเพศหญิง 

       หากอยู่ในช่วงที่เซลล์ไข่พร้อมสำหรับการปฏิสนธิ เช่น ช่วงวันไข่ตก ความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์ก็จะเพิ่มสูงขึ้น

     

    กรณีที่ลดความเสี่ยงการตั้งครรภ์

    1. ไม่มีการหลั่งน้ำอสุจิ 

       หากไม่มีน้ำอสุจิเข้าสู่ช่องคลอดเลย โอกาสในการตั้งครรภ์แทบไม่มี  

     

    1. การทำความสะอาดหลังมีเพศสัมพันธ์  

       หากเกิดเพียงการสัมผัสภายนอกและมีการทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศก่อนที่อสุจิจะเข้าสู่ช่องคลอด ความเสี่ยงจะลดลง  

     

    1. การใช้วิธีป้องกัน  

       หากใช้ถุงยางอนามัยหรือยาคุมกำเนิดอย่างถูกวิธีตั้งแต่เริ่มต้น ความเสี่ยงที่จะตั้งครรภ์จะลดลงไปอย่างมาก  

     

    ความเสี่ยงเพิ่มเติมที่ควรทราบ

    1. เพศสัมพันธ์ที่ไม่สมบูรณ์ (partial penetration) แม้การใส่อวัยวะเพศชายเข้าไปเพียงเล็กน้อย แต่หากน้ำอสุจิหรือสารหล่อลื่นมีอสุจิปะปนอยู่ ความเสี่ยงในการตั้งครรภ์ยังคงมี  
    2. การสัมผัสภายนอก     หากอสุจิสัมผัสบริเวณภายนอกช่องคลอด เช่น ปากช่องคลอด ก็มีโอกาสที่อสุจิจะเคลื่อนตัวเข้าสู่มดลูกได้ 
    3. ความไม่แน่นอนของกระบวนการตั้งครรภ์     ร่างกายมนุษย์มีความซับซ้อน และในบางกรณีแม้จะเป็นการสัมผัสที่ดูเหมือนความเสี่ยงต่ำ ก็ยังมีโอกาสที่ตั้งครรภ์ได้

     

    วิธีลดความเสี่ยงหากไม่พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ ควรใช้วิธีป้องกัน เช่น  

    – ถุงยางอนามัย 

    – ยาคุมกำเนิดชนิดต่างๆ  

    – ยาคุมฉุกเฉิน (ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด)  

     

    การตั้งครรภ์สามารถเกิดขึ้นได้ หากอสุจิเข้าสู่ช่องคลอดและมีการปฏิสนธิกับไข่ แม้จะเป็นการใส่อวัยวะเพศชายเข้าไปเพียงเล็กน้อย หากมีน้ำอสุจิหรือสารหล่อลื่นที่มีอสุจิปะปน ความเสี่ยงยังคงมี ดังนั้น หากต้องการหลีกเลี่ยงการตั้งครรภ์ ควรใช้วิธีป้องกันที่มีประสิทธิภาพและปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญเพื่อข้อมูลที่เหมาะสมกับสถานการณ์ของคุณ

     

    สนับสนุนบทความนี้โดย    เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก

  • เขาไข่นุ้ย พังงา สวรรค์บนดินที่คุณไม่ต้องปีนให้เหนื่อย

    หากพูดถึงการไปชมทะเลหมอก หลายคนมักจะนึกถึงดอยสูงเสียดฟ้าทางภาคเหนือ แต่ใครจะเชื่อว่าท่ามกลางความร้อนแรงของทะเลอันดามันที่ จังหวัดพังงา

    เขาไข่นุ้ย พังงา สวรรค์บนดิน ยังมีจุดชมวิวระดับ Unseen ที่ให้คุณได้สัมผัสทะเลหมอกหนานุ่มโอบล้อมไปด้วยขุนเขาในบรรยากาศสุดโรแมนติก สถานที่แห่งนี้คือ เขาไข่นุ้ย อัญมณีเม็ดงามแห่งบ้านฝ่ายท่า อำเภอท้ายเหมือง

     

    เสน่ห์ 5 มหัศจรรย์ที่หาจากไหนไม่ได้

    เขาไข่นุ้ยไม่ได้มีดีแค่หมอก แต่ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่อง 5 มหัศจรรย์ ที่ทำให้นักเดินทางหลงรัก ได้แก่:

    1. พระอาทิตย์ขึ้น: แสงสีทองแรกของวันที่ค่อยๆ อาบยอดเขา
    2. พระอาทิตย์ตก: ทัศนียภาพฝั่งทะเลอันดามันที่สวยจับใจ
    3. ทะเลหมอก: หมอกสีขาวโพลนที่ปกคลุมหุบเขาเบื้องล่าง
    4. ทะเลอันดามัน: ในวันที่ฟ้าเปิด คุณจะมองเห็นชายฝั่งทะเลไกลสุดสายตา
    5. ทิวเขา: แนวเขาสลับซับซ้อนที่ดูเหมือนภาพวาดพู่กันจีน

    จุดเด่นที่สุดของที่นี่คือ **”การเข้าถึงที่ง่ายแสนง่าย”** แม้เขาไข่นุ้ยจะมีความสูงประมาณ 200 เมตรจากระดับน้ำทะเล แต่กลับมีทะเลหมอกให้ชมเกือบตลอดทั้งปี (ยกเว้นวันที่ลมแรงหรือฝนตกหนัก) เนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่เป็นหุบเขาล้อมรอบ ทำให้ความชื้นถูกกักเก็บไว้จนกลายเป็นทะเลหมอกที่สวยงามในยามเช้า

     

    สำหรับสายถ่ายรูป คุณจะได้ภาพที่เหมือนอยู่บนปุยเมฆโดยไม่ต้องเดินป่าเป็นวันๆ เพราะมีบริการรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ของกลุ่มชุมชนนำเที่ยวพาขึ้นไปถึงจุดชมวิวในเวลาเพียง 15-20 นาทีเท่านั้น

     

    กิจกรรมและการพักผ่อน

    การมาเที่ยวเขาไข่นุ้ยสามารถทำได้ทั้งแบบ One Day Trip (ตื่นเช้ามืดเพื่อขึ้นไปดูหมอก) หรือจะเลือกพักค้างคืนบนยอดเขาก็เป็นไอเดียที่ยอดเยี่ยม 

    การนอนค้างคืนจะช่วยให้คุณได้สัมผัสกับ “ทางช้างเผือก” และดวงดาวเต็มท้องฟ้าในคืนที่มืดสนิท ก่อนจะตื่นมาจิบกาแฟร้อนๆ พร้อมชมทะเลหมอกหน้าประตูที่พัก ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบโฮมสเตย์เรียบง่ายและเต็นท์กระโจมสุดชิค

    เขาไข่นุ้ย ไม่ใช่แค่จุดชมวิว แต่คือสัญลักษณ์ของการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่บริหารจัดการโดยคนในชุมชน การไปเยือนที่นี่นอกจากจะได้ภาพสวยๆ กลับไปอวดเพื่อนแล้ว ยังเป็นการช่วยกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นอีกด้วย 

     

    หากคุณมีโอกาสมาเยือนพังงา  ฮอยอาน่า    อย่ามัวแต่มองหาทะเลเพียงอย่างเดียว ลองปักหมุดมาที่เขาไข่นุ้ยดูสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่า สวรรค์บนดิน ที่มีหมอกหนาและน้ำทะเลอยู่ใกล้กันแค่นิดเดียวมันมีอยู่จริง

  • ประวัติความเป็นมาของศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร  

    ประวัติความเป็นมาของศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร  

     

    เมื่อพูดถึงศาลหลักเมืองในประเทศไทยจะมีการสร้างไว้หลายแห่ง เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ประจำจังหวัด อย่างในกรุงเทพเองก็มี

     ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของประเทศไทย ตั้งอยู่บริเวณหัวมุมทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสนามหลวง ใกล้กับพระบรมมหาราชวัง ถือเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองและเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคงของกรุงเทพมหานคร  

     

    การสร้างศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานคร  

    ศาลหลักเมืองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1) เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 ซึ่งเป็นวันสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ ตามคติความเชื่อของไทยและพราหมณ์

    การสร้างเมืองใหม่ต้องมีการตั้งเสาหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคลและความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง โดยในพิธีดังกล่าวมีการฝัง เสาหลักเมืองต้นแรก ซึ่งทำจากไม้ชัยพฤกษ์ สูง 2.75 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 75 เซนติเมตร และภายในบรรจุแผ่นทอง เงิน และนาก รวมถึงผอบพระบรมสารีริกธาตุและดวงเมืองของกรุงเทพมหานคร  

     

    การบูรณะและเปลี่ยนเสาหลักเมือง 

    ในสมัย รัชกาลที่ 4 ได้มีการตรวจสอบและพบว่าเสาหลักเมืองเดิมผุกร่อน จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้าง เสาหลักเมืองต้นใหม่ ขึ้นในปี พ.ศ. 2395 โดยใช้ไม้ชัยพฤกษ์เช่นเดิม มีความสูง 3.50 เมตร

    และมีการบรรจุแผ่นจารึกเกี่ยวกับพระราชพิธีและดวงเมืองของกรุงเทพฯ ไว้ภายใน เสาหลักเมืองต้นเดิมยังคงถูกเก็บรักษาไว้ภายในศาลหลักเมืองมาจนถึงปัจจุบัน  

     

    โครงสร้างและความศักดิ์สิทธิ์ 

    ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทย มีลักษณะเป็นอาคารทรงจัตุรมุข ยอดปรางค์ ด้านในเป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองทั้งสองต้น รวมถึง พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี และเจ้าพ่อเจตคุปต์ ซึ่งเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกปักรักษาบ้านเมือง ชาวไทยเชื่อว่าศาลหลักเมืองเป็นศูนย์รวมของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ช่วยคุ้มครองให้กรุงเทพฯ มีความสงบสุข  

     

    ความเชื่อและพิธีกรรม  

    ศาลหลักเมืองเป็นสถานที่ที่ประชาชนมักเดินทางมา กราบไหว้ ขอพร โดยเฉพาะในเรื่อง การงาน ความมั่นคง    เครื่องช่วยฟังคนหูหนวก   และการเริ่มต้นใหม่ นอกจากนี้ ยังมีพิธีกรรมที่สำคัญ เช่น  

    – พิธีบวงสรวงดวงเมือง ซึ่งจัดขึ้นทุกปีเพื่อเสริมความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเมือง  

    – พิธีสะเดาะเคราะห์และแก้ปีชง ที่ได้รับความนิยมจากประชาชนทั่วไป  

    – พิธีถวายเครื่องบวงสรวงและถวายผ้าห่มเสาหลักเมือง  

     

    ศาลหลักเมืองในปัจจุบัน  

    ปัจจุบัน ศาลหลักเมืองกรุงเทพฯ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ มีผู้คนเดินทางมาสักการะตลอดทั้งปี โดยเฉพาะในวันขึ้นปีใหม่และวันสำคัญทางศาสนา นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางของพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับบ้านเมือง เช่น พิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนของข้าราชการและพิธีบำเพ็ญกุศลของราชสำนัก  

     

    ศาลหลักเมืองกรุงเทพมหานครไม่เพียงเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรืองของกรุงเทพมหานครและประเทศไทย โดยมีความหมายลึกซึ้งทั้งในด้านศาสนา ประเพณี และความมั่นคงของชาติ