โนโรไวรัส (Norovirus) เป็นไวรัสที่เป็นสาเหตุหลักของการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งส่งผลให้เกิดอาการท้องเสียอย่างเฉียบพลัน อาเจียน และปวดท้อง ไวรัสชนิดนี้มักแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็วและมีผลกระทบต่อคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีคนอยู่รวมกันมาก เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล หรือเรือสำราญ

ลักษณะของโนโรไวรัส
โนโรไวรัสจัดอยู่ในกลุ่มไวรัส RNA ที่มีขนาดเล็กและไม่มีเยื่อหุ้ม (non-enveloped virus) ทำให้มีความทนทานต่อสภาวะแวดล้อมที่หลากหลาย เช่น ความร้อน เย็น หรือสารฆ่าเชื้อบางชนิด ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมโนโรไวรัสถึงแพร่กระจายได้ง่ายและรอดชีวิตได้นานในสิ่งแวดล้อม
วิธีการแพร่กระจายของโนโรไวรัส
โนโรไวรัสสามารถแพร่กระจายได้หลายวิธี เช่น
- การบริโภคอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อน
อาหารที่มักมีความเสี่ยงสูงคือ อาหารดิบหรือกึ่งดิบ เช่น หอยนางรม รวมถึงอาหารที่ไม่ได้ผ่านการปรุงอย่างเหมาะสม
- การสัมผัสพื้นผิวที่ปนเปื้อน
โนโรไวรัสสามารถอยู่บนพื้นผิว เช่น ลูกบิดประตู โต๊ะ หรือของใช้ในครัว และติดต่อเข้าสู่ร่างกายผ่านการสัมผัสแล้วนำมือไปแตะปากหรือจมูก
- การติดต่อจากคนสู่คน
การสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่ติดเชื้อ เช่น การดูแลผู้ป่วย หรือการใช้สิ่งของร่วมกัน สามารถทำให้ไวรัสแพร่กระจายได้
อาการของผู้ติดเชื้อโนโรไวรัส
อาการมักเริ่มแสดงภายใน 12-48 ชั่วโมงหลังจากการติดเชื้อ โดยอาการที่พบบ่อยได้แก่
– ท้องเสียรุนแรง อาเจียน ปวดท้องหรือปวดเกร็งในช่องท้อง คลื่นไส้ปวดศีรษะ อ่อนเพลียหรือรู้สึกไม่มีแรง มีไข้ต่ำในบางกรณี
อาการมักอยู่ได้นานประมาณ 1-3 วัน และจะหายไปเองในผู้ที่มีสุขภาพแข็งแรง อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันอ่อนแออาจมีอาการรุนแรงและเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะขาดน้ำ
การป้องกันโนโรไวรัส
เนื่องจากโนโรไวรัสไม่มีวัคซีนป้องกัน การป้องกันที่ดีที่สุดคือ เครื่องช่วยฟังขนาดเล็ก cและการรักษาสุขอนามัยและลดโอกาสการแพร่กระจายของไวรัส ดังนี้
- ล้างมือให้สะอาด
ล้างมือด้วยน้ำและสบู่อย่างน้อย 20 วินาที โดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหารและหลังเข้าห้องน้ำ
- ทำความสะอาดพื้นผิวและสิ่งของ
ใช้สารฆ่าเชื้อที่มีส่วนผสมของคลอรีนในการทำความสะอาดพื้นผิวที่อาจปนเปื้อน
- ปรุงอาหารให้สุก
หลีกเลี่ยงการบริโภคอาหารดิบ โดยเฉพาะหอยนางรมและอาหารทะเล
- แยกผู้ป่วย
หากมีผู้ป่วยในครอบครัวหรือในชุมชน ควรแยกการใช้ของใช้ส่วนตัว เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดตัว และให้พักฟื้นจนกว่าจะไม่มีอาการอย่างน้อย 48 ชั่วโมง
การรักษาเมื่อเกิดการติดเชื้อ
การรักษาโนโรไวรัสมุ่งเน้นไปที่การดูแลตามอาการ เช่น
– การดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ
– การพักผ่อนให้เพียงพอ
– หลีกเลี่ยงอาหารที่ย่อยยากหรือมันมาก





.jpg)












